กกต.เปิดรับสมัครเลขาฯ คุณสมบัติเป็นกลาง-ปลอดการเมือง รับ 2.2 แสน/เดือน

0
1242
views
งานราชการ

กกต.เปิดรับสมัครเลขาฯ 1-28 ก.พ. นี้ เน้นเป็นกลาง ปลอดการเมือง เพราะต้องทำหน้าที่นายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อความสง่างามองค์กร

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต.แถลงว่าที่ประชุม กกต. ได้พิจารณาร่างประกาศ กกต. และร่างแผนการปฏิบัติงานในการสรรหาคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ซึ่งจะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ นี้

 

เอกสารหลักฐานในการสมัคร 8 รายการ

1.ใบสมัคร

2.รูปถ่าย

3.สำเนาหลักฐานแสดงคุณวุฒิทางการศึกษา

4.สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

5.สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

6.ใบรับรองแพทย์

7.หลักฐานที่แสดงถึงประสบการณ์การดำรงตำแหน่ง

8.ผลงานที่แสดงถึงความสำเร็จด้านการบริหารงาน

ซึ่งผู้ประสงค์จะสมัครตำแหน่งเลขาธิการ กกต. จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม รวมทั้งหลักฐานการสมัครตามประกาศ กกต.

 

สำหรับผู้สนใจจะสมัครเข้ารับการคัดเลือก

สามารถขอและยื่นใบสมัครได้ที่ สำนักงาน กกต. อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ในวันและเวลาราชการ หรือสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ทางเว็บไซต์ www.ect.go.th

 

นายเมธา กล่าวว่า สำหรับตำแหน่งเลขาฯ กกต. มีการเปลี่ยนไปจากเดิมเนื่องจากจะมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้น คือการเป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งเดิมกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของประธาน กกต.รวมทั้งมีค่าตอบแทนเพิ่ทสูงขึ้นจากเดิม คือ เงินเดือน 97,900-150,000 บาท เงินประจำตำปหน่ง 35,000 บาท และเงินเพิ่มพิเศษ 35,000 บาท ขณะเดียวกันก็มีการกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมและลักษณะต้องห้ามเพิ่มขึ้น โดยจะต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี จากเดิมที่กำหนดไว้ 5 ปี และจะต้องไม่เคยถูกศาลพิพากษาให้จำคุกหรือมีความผิด

 

“การที่กำหนดคุณสมบัติไว้เข้มมากขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เนื่องจากบุคคที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. มีความสำคัญ ต้องมีความเป็นกลาง เพื่อความสง่างานในการปฏิบัติหน้าที่ หากเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ต้องพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี” นายเมธากล่าว และระบุว่า ผู้ที่เคยสมัครในครั้งที่ผ่านมา ก็สามารถมาสมัครในครั้งนี้ หากมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่ประกาศ กกต.กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม อยากให้ผู้สมัครทุกคนตรวจสอบหลักฐานการสมัคร และคุณสมบัติให้ดีเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลัง หรือมีข้อสงสัยโต้แย้ง ดังเช่นที่ผ่านมา จนมีการฟ้องร้องที่ศาลปกครอง

 

รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่าในการรับสมัครครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของ กกต.ก็สามารถสมัครได้ โดยไม่ต้องลาออกจากตำแหน่ง เว้นได้ว่าได้รับการคัดเลือก โดยคุณสมบัติต้องอยู่ในระดับรองเลขาธิการไม่น้อยกว่า 2 ปี ส่วนข้าราชการทั่วไปและหน่วยงานรัฐวิสากิจ องค์กรอิสระ คือระดับรองอธิบดี รองผู้ว่าฯ และรองผู้บริหารสูงสุด และรองเลขาธิการฯ

 

นายเมธา กล่าวต่ออีกว่ หลังจากการปิดรับสมัคร ทาง กกต. จะตรวจสอบคุณสมบัติในช่วงเดือนมีนาคม และในเดือนเมษายนก็จะประกาศผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ เพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์จาก กกต.ในเดือนพฤษภาคม และคาดว่าจะได้เลขาธิการ กกต. คนใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ กระบวนการการคัดเลือกอาจเร็วขึ้นหากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งใช้เวลาไม่นาน ส่วนการพิจารณาเลือกเลขาฯ กกต.คนใหม่จะเป็น กกต. ชุดปัจจุบัน หรือ กกต.ชุดใหม่ขึ้น อยู่กับสถานการณ์ ว่าช่วงนั้นจะมี กกต. ใหม่มาหรือยัง แต่ในยังไม่มีการกำหนดว่า กกต.ชุดใดจะเป็นผู้ทำหน้าที่คัดเลือก แต่ไม่ว่าจะมีเลขาธิการหรือยังไม่มี หากมีการเลือกตั้งระดับใดเกิดขึ้นทางฝ่ายประจำของสำนักงานก็ได้เตรียมคณะทำงานรองรับไว้พร้อมแล้ว เชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาหรือมีอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง

ข้อมูลข่าวจาก: มติชนออนไลน์