เช็คก่อน!! เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ทำอย่างไร ที่ไหนว่าง ที่ไหนเต็ม!

0
673
views
งานราชการ

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ปี 2561 เช็กรายละเอียดให้ชัด ต้องทำอย่างไร โรงพยาบาลไหนว่าง ไม่ว่าง มาตรวจสอบกัน

เป็นประจำทุกปีที่สำนักงานประกันสังคมจะเปิดให้ผู้ประกันตนแจ้งเปลี่ยนโรงพยาบาลได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้เลือกโรงพยาบาลใหม่ที่สะดวกกับตัวเองยิ่งขึ้น ซึ่งใครที่คิดจะเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมในปี 2561 อยู่ละก็ รีบมาเช็กรายละเอียดต่าง ๆ ให้ชัวร์ก่อนเลย เพราะเปลี่ยนได้แค่ปีละครั้งเท่านั้นนะ โดยมีเรื่องที่ผู้ประกันตนควรรู้ตามนี้

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2561 ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

สำหรับใครที่ต้องการย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมในปีนี้ สามารถแจ้งเปลี่ยนได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561

เลือกโรงพยาบาลอะไรได้บ้าง ที่ไหนว่าง ที่ไหนเต็ม 

ในปี 2561 มีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมทั่วประเทศ 237 แห่ง เป็นโรงพยาบาลรัฐบาล 159 แห่ง และเอกชน 78 แห่ง อย่างไรก็ดี โรงพยาบาลเอกชนทั้งหมด 78 แห่งที่เข้าร่วม มีการจำกัดจำนวนผู้ที่จะใช้สิทธิในแต่ละโรงพยาบาลไว้ และขณะนี้ก็มีโรงพยาบาลที่มีผู้แจ้งขอใช้สิทธิเต็มจำนวนแล้ว 10 แห่ง และเหลือโรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนยังสามารถแจ้งใช้สิทธิได้ดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 4 มกราคม 2561)

วิธีการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 

ขั้นตอนการขอเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2561 นั้น สามารถทำได้ดังนี้

1. ผู้ประกันตนที่ต้องการเปลี่ยนโรงพยาบาล ให้ยื่นแบบเลือกสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์ สปส. 9-02 ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ

2. ตรวจรายชื่อสถานพยาบาลประกันสังคม ได้จากนายจ้าง, เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม และสายด่วน 1506

3. ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาล ได้ที่ www.sso.go.th/แอปพลิเคชั่น SSO Connect/สายด่วน 1506/สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ/เครื่อง Smart kiosk ของกระทรวงมหาดไทย

โดยทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานพยาบาล ทางสำนักงานประกันสังคมจะแจ้งผลการเลือกสถานพยาบาลผ่านนายจ้างให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 จะได้รับการแจ้งผลเป็นหนังสือและ SMS

รู้แบบนี้แล้ว ใครที่ต้องการจะย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมในปีนี้ ก็อย่าลืมรีบไปดำเนินการกัน เพราะโรงพยาบาลหลายแห่งเริ่มเต็มแล้ว โดยสามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้เท่านั้นนะ ส่วนใครที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ก็สามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานประกันสังคม หรือโทร. 1506

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
สำนักงานประกันสังคม ,kapook

 

Facebook Comments